ประวัติความเป็นมาของพื้นที่ก่อตั้งศูนย์วิจัยฯ

        

        พื้นที่ก่อตั้งศูนย์วิจัยฯแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า “โนนเล้าข้าว” เมื่อก่อนเป็นทุ่งทะเลทรายไม่ใครมาใช้ประโยชน์จึงกลายสภาพเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์มีเนื้อที่ประมาณ 3000 ไร่ ขยายความพื้นที่ทุ่งทะเลทราย เป็นดินทรายจัด ช่วงฤดูฝนน้ำจะหลาก น้ำจะพัดเอาแร่ธาตุสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อพืชออกไปนอกพื้นที่ ดังนั้นในพื้นที่จึงมีเพียงไม้พุ่มเล็กๆ และเป็นทะเลทรายที่แห้งแล้ง ชาวบ้านจึงไม่ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ปีพ.ศ. 2520 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้มีพระราชดำริที่จะพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้กลายเป็นป่า นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้นคือ พลเอกเกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ จึงได้ดำเนินการปลูกป่ายูคาลิปตัสเพื่อชะลอน้ำในทุ่งทะเลทรายแห่งนี้ ทำให้พื้นที่ทะเลทรายเริ่มมีความอุดมสมบูรณ์ของแร่ธาตุและสารอาหารเริ่มมีทุ่งหญ้าเกิดขึ้นชาวบ้านเริ่มนำโคกระบือมาเลี้ยงในพื้นที่มากขึ้น ต่อมาชาวบ้านก็เริ่มเข้ามาจบจองพื้นที่ทำกินรอบๆโนนเล้าข้าว

         ยุคต่อมาเป็นยุคที่ทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับการพัฒนาเป็นอย่างมาก ซึ่งสมัยนั้น พลอากาศเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ยุคนี้ภาษานักประวัติศาสตร์มักจะเรียกว่า “ยุคทุ่งแตก” แปลความได้ว่าเป็นยุคที่ทุ่งกุลาร้องไห้ได้รับการพัฒนาในทุกๆด้าน มีน้ำ มีไฟฟ้า มีถนน มีการจัดการลำน้ำคูคลองและแปลงนาอย่างเป็นระบบ ทำให้ประชากรเข้ามาทำกินในเขตนี้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สภาพเศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ในนามีข้าว ในน้ำมีปลา ประกอบกับสมัยนั้นรัฐบาลได้รณรงค์ให้หันมาปลูกข้าวขาวดอกมะลิ 105 มากขึ้น ด้วยเหตุผลเรื่องความหอมของข้าวที่ปลูก ณ ทุ่งกุลาร้องไห้ จะมีมากกว่า ณ ที่ใดในประเทศ นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ชาวนาก็มีความร่ำรวย วิธีการทำนาต่างจากเมื่อก่อน เริ่มใช้รถไถนา ปุ๋ยเคมี แต่ละครัวเรือนมีศักยภาพในการทำนาเพิ่มขึ้นสามารถทำได้มากถึง 100 ไร่ต่อครัวเรือนเลยทีเดียว รูปแบบการทำนาเปลี่ยนไปคือเป็นการจ้างทำนา ชาวบ้านมักเรียกว่าทำนาเพียง 3 วัน คือ วันที่หนึ่ง ไถ วันที่สอง หว่าน วันที่สาม เก็บเกี่ยว

         สถานการณ์การบุกรุพื้นที่สาธารณะประโยชน์ก็ยังมีมาตลอด แต่ก็เป็นบริเวณโดยรอบพื้นที่โนนแค่นั้น พื้นที่โนนจริงๆก็ยังเป็นที่เลี้ยงโคและกระบือของชาวบ้านเช่นเดิม แสดงให้เห็นว่านักพัฒนาหรือนักวิจัยที่จะมาทำการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้จะต้องทำการบ้านเป็นอย่างดี เนื่องจากสภาพพื้นที่เป็นโนนพร้อมทั้งเป็นทะเลทราย แถมยังเป็นพื้นที่ห่างไกลการชลประทานอีก

Additional information